ปะทะเดือด 3 วันดับโจรใต้ 7 ศพ เกลื่อนพงหญ้า มีระดับแกนนำพร้อมแนวร่วม

จากเหตุการณ์กองกำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมจับกุม 5 แกนนำผู้ก่อความไม่สงบและเกิดยิงปะทะกันในพื้นที่ป่าละเมาะกลางทุ่งนาหมู่บ้านบือแนจือแล หมู่ 2 ต...


จากเหตุการณ์กองกำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมจับกุม 5 แกนนำผู้ก่อความไม่สงบและเกิดยิงปะทะกันในพื้นที่ป่าละเมาะกลางทุ่งนาหมู่บ้านบือแนจือแล หมู่ 2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คนร้ายถูกวิสามัญฯเสียชีวิต 2 ศพ และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จากนั้นวันที่ 15 ส.ค. เจ้าหน้าที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์บินกดดันทางอากาศ ปรากฏว่าพบคนร้าย 3 คน หลบอยู่ในทุ่งหญ้า และใช้ปืนยิงใส่เฮลิคอปเตอร์จนต้องยุติการบิน ตลอดทั้งวันมีการยิงปะทะกันหลายระลอก กระทั่งคนร้ายถูกวิสามัญฯอีก 2 ศพ รวมเป็น 4 ศพ ส่วนอีก 1 ราย ยังหลบซ่อนตัวไม่ยอมจำนน และใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ


วันที่ 3 ของการปิดล้อม เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ส.ค. พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ. รมน.ภาค 4 พล.ต.ปิยะพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ทพ.จชต. นำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าจุดเกิดเหตุปะทะ หลังได้รับรายงานว่าพบศพคนร้ายรายที่ 5 นอนเสียชีวิตในทุ่งหญ้า สภาพถูกยิงร่างพรุน ข้างศพพบปืนสงคราม 1 กระบอก จากการตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตจากบาดแผลถูกยิง และตลอดหลายวันต้องอยู่ในทุ่งนามีน้ำขัง ประกอบกับขาดอาหารและน้ำ เป็นเหตุให้ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวจนเสียชีวิตในที่สุด
Loading...

พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า ภารกิจตลอด 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐมีความพยายามปฏิบัติตามแนวทางของแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วยการเจรจา ได้เชิญผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนามาเกลี้ยกล่อมเพื่อให้คนร้ายมอบตัว แต่ไม่เป็นผล คนร้ายยังคงยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว และยึดการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก และดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม แม้สามารถวิสามัญฯคนร้ายได้แล้ว 5 ราย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ ดำเนินต่อไปตามยุทธวิธี ตรวจค้นตามจุดต่างๆในระยะรัศมี 1-5 กม. เพื่อหาหลักฐานจนกว่าจะมั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีกและในพื้นที่นั้นมีความปลอดภัย


ต่อมาในช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ในจุดปะทะอย่างละเอียดด้วยการเดินปูพรมค้นหาอาวุธและหลักฐานอื่นๆของกลุ่มคนร้าย ปรากฏว่าพบศพคนร้ายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้ารกทึบเพิ่มอีก 2 ศพ พร้อมยึดปืนอาก้าได้อีก 1 กระบอก สรุปผลจากการปะทะตลอด 3 วัน มีคนร้ายเสียชีวิตรวม 7 ศพ ทราบชื่อแล้ว 3 ราย คือนายมะซูกี สารูเม๊าะ อายุ 38 ปี แกนนำระดับ RKK นายอันวา กอแล อายุ 28 ปี และนายมาสุวัน กะจิ อายุ 33 ปี แนวร่วมระดับปฏิบัติการ ส่วนอีก 4 ราย รอผลตรวจชันสูตรพลิกศพ และผลตรวจลายนิ้วมือว่าเป็นใครเพื่อยืนยันตัวบุคคลอีกครั้ง สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้มี 3 กระบอก คือ ปืนพก 9 มม. ปืนเอ็ม 16 และปืนอาก้า พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง อาวุธที่พบบางส่วนได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ตรวจสอบเพื่อขยายผลเชื่อมโยงการก่อเหตุ

เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ปราโมทย์ พรหม อินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยกรณีเหตุปะทะในพื้นที่หมู่ 2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานีว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับเน้นย้ำการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความระมัดระวังและพยายามที่จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่การปฏิบัติที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความยากลำบากเนื่องจากพื้นที่ที่คนร้ายหลบซ่อนตัวเป็นป่าละเมาะและทุ่งนาบริเวณกว้าง วันแรกและวันที่ 2 มีการเจรจาโดยผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น พยายามเกลี้ยกล่อมหลายรอบ แต่คนร้ายใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนนำไปสู่การวิสามัญฯ ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายเสียชีวิตทั้งหมด 7 คน และตรวจยึดอาวุธได้ 9กระบอกในจำนวนนี้เป็นอาวุธสงคราม 5 กระบอก ปืนพก4กระบอก

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวต่อไปว่า ในนามของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายเป็นการเสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้เกิด เจ้าหน้าที่พยายามใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายเลือกที่จะใช้ความรุนแรงตอบโต้ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอบคุณและชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติครั้งนี้โดยเฉพาะทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย จากการตรวจฐานปฏิบัติการของคนร้ายที่ยึดมาได้ตั้งแต่วันแรกนั้น น่าจะใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน คาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะวางแผนเตรียมการก่อเหตุขนาดใหญ่ ตามที่เคยแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น และจะนำศพไปที่โรงพยาบาล เพื่อส่งให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนวัตถุพยานทั้งหมดที่ยึดได้นั้น ผบช.ภาค 9 ได้สั่งการพนักงานสอบสวนทุกคนเก็บหลักฐานอย่างละเอียด

สิ่งสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ใช้งานมวลชนสร้างความเข้าใจต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งสั่งการให้นายอำเภอยะรัง เป็นหน่วยหลักในการสำรวจความเสียหายในการปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พร้อมจะดูแลเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ สุดท้ายการปฏิบัติในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนใช้ความระมัดระวังกันเต็มที่ แต่คนร้ายเลือกที่จะใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสีย ยืนยันว่า กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า พร้อมเปิดโอกาสให้คนที่เห็นต่างจากรัฐที่ต้องการยุติความรุนแรง ให้เข้ามารายงานตัวแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่รับรองว่าทุกคนจะได้รับความยุติธรรมแน่นอน พล.ต.ปราโมทย์กล่าว

You Might Also Like

0 comments

Loading...

Popular Posts

Loading...